สะสมสแตมป์ 7

ในชีวิตของผมนั้น พ่อและแม่เป็นอาจารย์ มีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ให้กับลูกศิษย์ ผมก็เช่นกัน แม้ว่าจะไม่ชอบสอน ไม่ชอบเป็นครู แต่เราก็ถ่ายทอดความรู้ บทความ แบ่งปันประสบการณ์ผ่านบล็อกเหมือนกัน ผ่านตัวอักษร ผ่านบทความ ผมจะขอแชร์ประสบการณ์ กว่าจะก้าวมาถึงตรงนี้ กว่าจะเป็นบล็อกเกอร์ ต้องทำยังไง ดูแล้วเหมือนยาก แต่จริงๆแล้ว ทุกคนเป็นบล็อกเกอร์ได้ แค่เคยเขียนไดอารี่ส่วนตัว เริ่มจากช่วงมัธยมต้น ชอบเขียนไดอารี่ให้เพื่อนๆอ่าน วิจารณ์ดารา นินทา ซุบซิบพฤติกรรมดารา โดยเฉพาะช่วงนั้นคือ "ฝันดี ฝันเด่น" วิจารณ์เรื่องมารยาทในหลายๆอย่างที่ไม่เหมาะสม (เป็นยังไงล่ะ เด็กอายุ 14 วิจารณ์ดาราให้เพื่อนอ่าน) และช่วงนั้นพ่อซื้อคอมพิวเตอร์มาใหม่ สมัยนั้นร่วมๆสี่หมื่น ก็หาหนังสืออ่าน อ่านนิตยสารคอมพิวเตอร์ สนใจเทคโนโลยี นิตยสารคอมพิวเตอร์เล่มแรกที่เคยอ่านคือ Computer Time ของ Computer Age Technology นักเขียนในดวงใจตอนนั้นก็คือ คุณลาภลอย วานิชอังกูร ต่อมาเริ่มมีเงิน (พ่อแม่) ซื้อนิตยสารคอมพิวเตอร์มากขึ้น ช่วงนั้นก็จะเป็น Shopping Computer, Computer Today เล่มใหญ่ รู้สึกว่าจะมี Windows Magazine ด้วย นิตยสารที่อ่านตั้งแต่เล่มแรกๆที่เปิดตัวก็คือ Quick PC ก็เลยเกิดความอยากเป็น บก. ขึ้นมา ฝันอยากจะเป็น บก. และชอบหนังสือ ที่บอกมาทั้งหมด หมายถึงการชอบอ่าน ค้นคว้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงนั้นได้สัมผัสกับอินเตอร์เน็ต Pantip.com ในยุคแรกๆเลย ได้ความรู้มากมาย เข้าอินเตอร์เน็ตทุกวัน เข้า Hunsa, Pantip ไปเรื่อย ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยนั้น ชอบที่จะเขียน และเป็นนักข่าว ชอบเขียน ชอบอ่าน ก็เลยติดตามอ่านไดอารี่ของคุณพั้นซ์ ชนมาศ มัสยวานิช ก็ถือว่าเป็นการจุดประกายการเป็นไดอารี่ริส จนมาถึงตอนเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ก็ชอบที่จะทำเขียน ก็เลยได้ฝึกงานกับกองบรรณาธิการ Section Focus ของหนังสือพิมพ์ The Nation ใจจริงก็อยากจะเป็นนักข่าว แต่ก็อยากจะเป็น บรรณาธิการหนังสือด้วย นี่ก็คืออีกจุดหนึ่งของการเขียน การอ่าน การค้นคว้าที่เป็นพื้นฐานความชอบ เรียนจบ สมัครเป็นนักเขียนไปทั่ว เริ่มจาก Quick PC, Computer Today, Chip Magazine อันนี้เขาบอกว่า ต้องแปลภาษาเยอรมันได้ด้วย จนได้รับความกรุณาจาก บก. PC World ให้เป็นคอลัมนิสต์ ต่อมาก็ได้เขียนให้กับ PC Today (ปัจจุบันไม่ได้เขียนแล้ว)และด้วยความที่สนใจโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบันก็ได้ร่วมงานกับนิตยสาร My Mobile และ All Magazine โดยเขียนบทความด้านมือถือ และไอที จะเห็นได้ว่า การเป็นบล็อกเกอร์นั้น ไม่ได้อยู่ที่ว่าเก่ง หรือใช้เวลามากมายอะไร แต่เป็นการสั่งสมประสบการณ์ อ่านเยอะ ศึกษาเยอะ ค้นคว้าเยอะ ข้อมูลเยอะ การเขียนบล็อกนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นคนดัง ขอให้เนื้อหาเราน่าสนใจ ก็เป็นบล็อกเกอร์ที่มีคนสนใจติดตามได้ ถามว่าสานฝันการเป็นบล็อกเกอร์ทำยังไง อันดับแรก ชอบอ่าน พออ่านมากๆ ก็เริ่มอยากเขียนบ้างละ พอเห็นคนอื่นเขาเขียนเยอะๆ ก็อยากเขียนให้มีคนอ่านบ้าง เพื่อจุดประกายคนอื่นๆต่อไป โดยการเขียนนั้น จะเขียนเรื่องอะไรก็ได้ที่เราถนัดและชอบ อย่างผมเขียนบทความอยู่แล้ว เป็นนักเขียน นักแปลอยู่แล้ว การเขียนบล็อกก็ไม่ได้ยากอะไร เพราะเรื่องของเรื่องคืออยากจะแบ่งปันความรู้ให้คนอื่นบ้าง เหมือนกับคนเป็นครู อยากแบ่งปัน สอนคนอื่น เราก็สอนด้วยตัวหนังสือผ่านบล็อกแทนการสอนในชั้นเรียน การเขียนบล็อค ทำได้ตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าเขียนเหมือนไดอารี่ ว่าวันนี้ไปทำอะไรมา จำได้ว่าตอนอ่านไดอารี่ของพั้นซ์ มันสนุก น่าติดตาม เพราะเขาเป็นดารา ก็เล่าเรื่องเพื่อนๆให้อ่าน ก็สนุกๆ เพราะคนอยากรู้ว่าวันๆดาราทำอะไรบ้าง ก็ถือว่าน่าสนใจสำหรับคนอยากเขียนบล็อก ก็เลยแบ่งปันประสบการณ์ สิ่งที่บล็อกเกอร์ต้องใส่ใจและระมัดระวัง ที่ผมพยายามทำเป็นนิสัยและมารยาทก็คือ - รับผิดชอบในสิ่งที่ตนเขียน ทุกอย่างบนอินเตอร์เน็ตมีลิขสิทธิ์ มีการฟ้องร้องได้ หากข้อมูลเราคลาดเคลื่อน หากข้อมูลเราผิดพลาด ข้อดีของบล็อกก็คือ มีการคอมเม้นต์ได้ ทำให้เราทราบความเห็นของคนอ่านได้ทันที - การใช้ภาษาไทย การสะกดคำ ให้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ สำหรับผมเขียนให้คนทุกระดับอ่าน บางคนอาจจะเขียนภาษาแช็ต ภาษาเด็กๆ ถ้าผู้ใหญ่วัยทำงานมาอ่านอาจจะหงุดหงิดกับคำพูดแนววัยรุ่น - รู้รอบด้าน คิดสร้างสรรค์ บล็อกก็คืองานเขียน คือวรรณกรรมอย่างหนึ่ง ไม่ใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม และทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน - ระมัดระวังในการนำเสนอที่ถูกต้อง และเคารพความคิดเห็นของผู้อ่าน - บล็อกเกอร์บางคน เขียนเหมือนไดอารี่ตัวเอง คนอ่านวัยเดียวกันอ่านรู้เรื่อง เป็นกันเอง แต่บางคนอาจจะอ่านไม่รู้เรื่องเพราะเหมือนเขียนแนวๆส่วนตัวมากจนเกินไป - อยากเป็นบล็อกเกอร์ ต้องรักการอ่าน ค้นคว้าข้อมูล การเขียน ทุกคนเป็นนักเขียนได้ ที่ผมชอบที่สุดก็คือ คุณสุทธิชัย หยุ่น บอกว่า ทุกคนเป็นนักข่าวได้ รายงานข่าวทันด่วนผ่านบล็อกได้ รายงานสดๆได้เร็วกว่าวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ซะอีก ที่อ่านมาทั้งหมด คุณมีแรงบันดาลใจในการเขียนบล็อก เพื่อก้าวเข้าสู่การเป็นบล็อกเกอร์หรือยังครับ yokekung

edit @ 18 Feb 2009 21:14:16 by yokekung

edit @ 18 Feb 2009 21:28:58 by yokekung

edit @ 18 Feb 2009 21:55:02 by yokekung

edit @ 18 Feb 2009 21:56:04 by yokekung

พาชมงาน Chinese New Year @ Central World

posted on 31 Jan 2009 00:18 by yokekung
 
พาชมงาน Chinese New Year @ Central World
ตอนดูรู้สึกเหมือนกับพิธีเปิดกีฬาโอลิมปิคเลย คือแค่แสดงเวทีเล็กๆ แต่ทำได้ดีและซ้อมได้พร้อมเพรียงอย่างกับออกงานใหญ่ๆเลย ความตั้งใจ ความแข็งแรง ความอ่อนช้อย สุดยอดของการแสดงเลย
โชคดีที่ปกติอาจจะต้องเสียเงินเข้าชม แต่นี่ได้ชมกันฟรีๆเลย
ผมไปโพสไว้บน Bloggang นะครับ แวะไปชมได้ที่ http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=yokekung&month=31-01-2009&group=2&gblog=69

edit @ 31 Jan 2009 01:15:58 by yokekung

ในเวบบอร์ดไอที มีแต่คำถามซ้ำๆ ที่หลายๆคนเบื่อที่จะตอบ เพราะความไม่เข้าใจในเลขฐานนั่นเอง

ในเมื่อคอมพิวเตอร์มองเห็นเป็นเลขฐานสอง จึงไม่แปลกที่จะมองเห็น Hard Disk 320GB เห็นแค่ 2 ร้อยกว่าๆกิ๊กเท่านั้นเอง และแรม 4 GB มองเห็นแค่ 3กิ๊กกว่าๆ เท่านั้น เหตุเ้พราะคอมพิวเตอร์กับเราอ่่านตัวเลขไม่เหมือนกันนั่นเอง

เหมือนกับว่า เราเีรียกว่า 80 / 120/ 160 / 250 / 320 / 500 / 750 GB เพราะมันเป็นเลขฐานสอง เวลาเรียกเ้ราจะเรียกเต็มๆ เป็นจำนวนเลขกลมๆ แต่สำหรับคอมพิวเตอร์จะเรียกเ้ป็นตัวเลขฐานสอง ใครจะไปจำล่ะว่าเลขมันเท่าไหรกันแน่ เพราะเป็นเลขหลายหลักอยู่

มีกระทู้จาก Pantip Hardware มาแนะนำครับ

http://www.pantip.com/tech/hardware/topic/HP2695667/HP2695667.html

ตอนนี้มีงาน Thailand Mobile Expo 2009 ที่ศูนย์ประชุมสิริกิตติ์ ใครที่เล่นเวบบอร์ด Pantip.com ห้องมาบุญครองจะได้รับกระแสการโปรโมท มีสมาชิกที่ได้ไปงานถ่ายรูปมาให้ดู บอกเล่าโปรโมชั่นใหม่ๆ เรียกได้ว่าเป็น User Generate Content เอง โดยที่ไม่ต้องมีเจ้าของงานมาโปรโมท เหมือนกับชุมชน เป็น Community ที่ทุกคนเล่นเวบบอร์ดกันประจำจะรู้จักกัน มีอะไรน่าสนใจก็บอกเล่ากันผ่านกระทู้ เหมือนกับปากต่อปาก เพื่อนบอกเพื่อน ไม่ใช่หน้าม้ามาโพส แต่เป็นคนที่สังคมที่ติดต่อกันเป็นประจำบอกต่อๆกันมา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง LG ice-cream KF350 นี่เป็นสุดยอดของการประชาสัมพันธ์แบบปากต่อปาก ด้วยมิวสิควีดีโอสาวเกาหลีน่ารัก การออกแบบแนว ice-cream และสีสันโดนใจ ทำให้มีแคมเปญให้ทดลองใช้เครื่องฟรี 50 คน ปรากฎว่าสมัครกันถล่มทลาย (รวมทั้งผมด้วย) และมีการบอกต่อๆกันไปเรื่อยๆ แบบนี้ LG เองก็ไม่ต้องโหมโฆษณาให้เหนื่อย คนสนใจก็บอกกันต่อๆไปเรื่อยๆ ใครอยากได้ก็หาข้อมูลในบอร์ดของ Pantip หรือ LGmobileLover ก็ได้ จับเอา Community Online มาใช้ด้านการตลาดได้อย่างลงตัวและได้ผลดีจริงๆ 

ไม่แน่ว่า หากคุณไม่ได้รู้สึกอยากได้มือถือรุ่นไหนเลย แล้วเผลอเข้าไปคุยในเวบบอร์ด Pantip, Siamphone, Thaimobilecenter, Whatphone รับรองอาจจะได้สอยมือถือมาใช้เพิ่มอีก หรือไม่ก็คนใกล้ตัวเรียกร้องตะแง้วๆอยากได้ก็มี หรืออาจจะได้เจออาร์ตตัวแม่ของขึ้นอยากได้มือถือใหม่ก็เป็นไปได้

edit @ 30 Jan 2009 01:02:19 by yokekung

ช่วงนี้เพื่อนๆพากันเข้า 7-11 กันทุกวัน เลือกเฉพาะสินค้าที่แถมสแตมป์ 3 บาท 1 หรือ 2 ดวง แล้วรวมเงินกันจ่ายเพื่อให้ได้สแตมป์เงินด้วย กินก็เข้าไป ซื้อกันเข้าไป เพื่อแลกเก้าอี้โดราเอมอนนั่นเอง เพื่อนหลายคนแลกมาหลายอย่างแล้วด้วย เห็นร้านอื่นทำ พวกร้านสะดวกซื้อตามปั๊ม ก็ไม่ได้รับความนิยมและสนใจมากเท่าของ 7-11 เพราะช่วงนี้เดินไปเจอใครก็ยิ้มแหะๆ โดนปล้นสแตมป์ 7-11 ซะงั้น ล่าสุดเราก็ให้น้องที่ออฟฟิศไปร่วมๆ 40 บาท เพราะคิดว่าตัวเองไม่น่าจะมีปัญญาแลก แถมของแลกที่เคยแลกๆจาก 7-11 มาเช่น กระป๋องหมีพูห์ก็ไม่ได้ใช้เอง เอาใส่ของไว้ที่บ้านเฉยๆ ไม่ได้เอามาตั้งโชว์หรืออะไร นาฬิกาก็ไม่กล้าแลกเพราะเคยมีแล้วพังตลอด โทรศัพท์โดเรมอนก็พังอีก สรุปว่าถึงแลกมาอยู่กับเราสงสัยจะไม่รอดแน่
 ในทางการตลาดถือว่า สำเร็จสุดๆ เป็นกระแสซื้อของได้สแตมป์แรงมาก
 ร้านในปั๊มก็ทำ แต่ว่าแลกไส้กรอก มีส่วนลด ก็ยังไม่น่าสนใจเท่าไหร
 เซ็นทรัล ทำไปก็ได้แต้ม แลกของ ก็ไม่ได้ฮือฮา
 มีแต่ 7-11 เนี่ยแหล่ะที่ครองใจทุกคนจริงๆ
edit @ 30 Jan 2009 01:08:52 by yokekung
edit @ 30 Jan 2009 01:12:40 by yokekung

edit @ 30 Jan 2009 01:13:43 by yokekung